ภาพท่าเรือขนส่งสินค้ายามค่ำคืนพร้อมเครนยกตู้คอนเทนเนอร์แบบดิจิทัลโฮโลแกรมสีฟ้า แสดงถึงเทคโนโลยีโลจิสติกส์อัจฉริยะของ SCGJWD พร้อมข้อความ "เพิ่มศักยภาพขีดสุดสู่อีกขั้นของโลจิสติกส์

ประเด็นสำคัญ:

  • SJWD รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ด้วยรายได้รวม 7,064.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 463.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • บอร์ดบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 355.3 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569
  • ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปได้รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย คาดปริมาณจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 30% ภายใน 12 เดือน พร้อมเตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 1,500 ล้านบาทเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีรายได้รวม 7,064.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากไตรมาสก่อน และ 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 463.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.6% จากไตรมาสก่อน และ 64.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่ผันผวน

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน SJWD ระบุว่า ผลงานที่แข็งแกร่งเป็นผลจากการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การมีบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่หลากหลาย รวมถึงการเจรจาปรับค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุน นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนยังเพิ่มขึ้นเป็น 201.3 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 15.0% จาก 14.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ธุรกิจคลังสินค้าและขนส่งเติบโตทุกกลุ่ม

ธุรกิจที่มีผลงานโดดเด่นในไตรมาสนี้ ได้แก่ คลังสินค้าห้องเย็น รายได้ 327.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% บริการขนส่งแบบ D2C รายได้ 616.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.0% และธุรกิจต่างประเทศ รายได้ 1,249.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% ดร.เอกพงษ์ กล่าวว่า “หลังจากเกิดเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและจัดส่งสินค้าได้ตรงตามกำหนดเท่านั้น แต่เลือกใช้บริการจากบริษัทที่มีความยืดหยุ่นปรับตัวได้ไว สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาได้”

สำหรับภาพรวมงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 13,397.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 739.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% และ 14.3% ตามลำดับจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 355.3 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569

คาดผลงานทั้งปีทะลุเป้า รับอานิสงส์ดาต้าเซ็นเตอร์

ดร.เอกพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ตั้งไว้ประมาณ 26,000 ล้านบาท เนื่องจากมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจัยบวกสำคัญคือธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนา AI และดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ปัจจุบันมีการจัดเก็บชิ้นส่วนอุปกรณ์ เช่น ชิป แผงวงจร และสายไฟฟ้า รวมประมาณ 25,000 พาเล็ต และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 30% ภายใน 12 เดือน

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่วงเงิน 1,500 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้จำนวน 3,700 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเดินหน้าเจรจาดีลขยายธุรกิจอีก 2-3 ดีล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *