เจ้าหน้าที่ชายถือไมโครโฟนพูดพร้อมยกของเล่นสกุชชี่สีเหลืองให้ดู โดยมีถุงบรรจุสินค้าที่ยึดได้วางอยู่ด้านหลัง

ประเด็นสำคัญ:

  • สคบ. และ สมอ. บูรณาการลงพื้นที่ตลาดสำเพ็ง ยึดอายัดของเล่นสกุชชี่ (Squishy) ที่ไม่ได้มาตรฐาน จำนวน 31,213 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท
  • สกุชชี่เป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมาย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 685 เล่ม 1-2562 หากไม่มีฉลากหรือแสดงฉลากไม่ถูกต้องถือว่าผิดกฎหมาย
  • รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ป้องกันสินค้าอันตรายก่อนถึงมือผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แถลงผลการบูรณาการปราบปรามการจำหน่ายของเล่น “สกุชชี่” ที่ไม่ได้มาตรฐาน หลังลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายบริเวณตลาดสำเพ็ง สามารถตรวจยึดอายัดสินค้าได้จำนวน 31,213 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท

การแถลงข่าวดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. ร่วมแถลง

ที่มาของการตรวจสอบ

ของเล่นประเภทสกุชชี่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ขณะที่มีข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสินค้าที่ไม่มีฉลาก ไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน หรืออาจมีสารเคมีไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งตรวจสอบและควบคุมสินค้ากลุ่มนี้ในเชิงป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย

นายประเดิมชัยเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังสินค้าที่เด็กใช้ในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด ขณะที่นางสาวศุภมาสสั่งการให้ สคบ. ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีสินค้าที่ไม่มีฉลากหรือแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

แบ่งอำนาจหน้าที่ชัดเจน

การดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สคบ. และ สมอ. โดยแบ่งการทำงานตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน สมอ. กำกับดูแลมาตรฐานของเล่นโดยตรง เนื่องจากสกุชชี่จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมตามกฎหมาย ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 685 เล่ม 1-2562 ส่วน สคบ. ตรวจสอบด้านการแสดงฉลาก แหล่งที่มาของสินค้า และการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายประเดิมชัยย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนแนวทางการทำงานของภาครัฐที่มุ่ง “ป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย” ไม่รอให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบก่อนจึงเข้าแก้ไข โดย สคบ. จะร่วมกับ สมอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสินค้าทั้งในร้านค้า ตลาด แหล่งจำหน่าย และแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สคบ. ยืนยันจะเป็นที่พึ่งของผู้บริโภคทั้งในด้านการคุ้มครองสิทธิ การเยียวยาความเสียหาย และการดำเนินการทางกฎหมายแทนประชาชน หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อสินค้าและบริการ สามารถติดต่อสายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *