ประเด็นสำคัญ:
- อินโดรามา เวนเจอร์ส รายงานรายได้ครึ่งแรกปี 2569 ที่ 245.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และ EBITDA อยู่ที่ 29.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 61 เมื่อเทียบปีต่อปี
- กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักเงินลงทุนเพื่อบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นร้อยละ 78 เป็น 25.9 พันล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1.56 เท่า บรรลุเป้าหมายปี 2569 ได้เร็วกว่ากำหนด
- ทั้งสี่กลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานดีขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปีในไตรมาสสอง โดยเฉพาะกลุ่ม Combined PET ที่ได้รับแรงหนุนจากภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลก รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้ 245.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบปีต่อปี และ EBITDA อยู่ที่ 29.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 61 สะท้อนถึงภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยควบคู่กับความคืบหน้าในการเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานด้านการดำเนินงานของบริษัทฯ
ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่สองมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยทั้งสี่กลุ่มธุรกิจสร้างผลการดำเนินงานที่พัฒนาขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักเงินลงทุนเพื่อการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นร้อยละ 78 เป็น 25.9 พันล้านบาท การสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนการลดภาระหนี้เพิ่มเติม โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.56 เท่า ทำให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายสำหรับปี 2569 ที่กำหนดไว้ในงาน Capital Markets Day ได้เร็วกว่ากำหนด
เดินหน้ากลยุทธ์ IVL 2.0
ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการพึ่งพาตนภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการด้านการขายและการดำเนินงาน (S&OE) การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีวินัย และการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การเปลี่ยนผลการดำเนินงานเป็นกระแสเงินสดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.0 เท่าในไตรมาสที่สอง จาก 4.7 เท่า ณ สิ้นปี 2568 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังบริหารอัตราการเดินเครื่องอย่างรอบคอบ เพื่อให้ปริมาณการผลิตสอดคล้องกับเป้าหมายสินค้าคงคลัง และรักษาคุณภาพของอัตรากำไรท่ามกลางภาวะราคาที่ผันผวน
สำหรับระยะต่อไป บริษัทฯ คาดว่าปัจจัยเอื้อหนุนตลาดที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในไตรมาสที่สองจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะให้ความสำคัญกับการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน การเปลี่ยนผลกำไรให้เป็นกระแสเงินสดอิสระ การลดหนี้สินสุทธิในเชิงมูลค่า และการเพิ่มผลตอบแทนจากเงินทุน
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีสะท้อนทั้งภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยและความคืบหน้าจากมาตรการพึ่งพาตนที่เราได้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อินโดรามา เวนเจอร์ส เนื่องจากภาวะตลาดจะกลับเข้าสู่ระดับปกติ ทำให้บทพิสูจน์ที่สำคัญกว่าคือเราจะสามารถเปลี่ยนข้อได้เปรียบจากแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ ให้เป็นผลประกอบการที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น การสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และผลตอบแทนที่สูงขึ้นตลอดวัฏจักรธุรกิจได้หรือไม่”
นายโลเฮียกล่าวเพิ่มเติมว่า เริ่มเห็นข้อได้เปรียบเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ในการดำเนินงานแล้ว การบริหารจัดการการดำเนินงาน สินค้าคงคลัง และเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีวินัยยิ่งขึ้นกำลังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างกระแสเงินสด ขณะที่การดำเนินการด้านพอร์ตโฟลิโอธุรกิจช่วยยกระดับคุณภาพของธุรกิจและเพิ่มผลตอบแทนจากเงินทุน บริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มที่คาดไว้สำหรับปี 2569 และเป้าหมายที่มุ่งหวังสำหรับปี 2571
ผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ
การปรับตัวดีขึ้นของผลประกอบการมีปัจจัยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Combined PET ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยและแพลตฟอร์มระดับโลกแบบ local-for-local สำหรับกลุ่มธุรกิจ Indovida ยังคงรักษาแรงส่งการเติบโตจากสถานะผู้นำในตลาดบรรจุภัณฑ์ ส่วนกลุ่มธุรกิจ Indovinya มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งทั้งในกลุ่ม High Value Applications และ Essentials ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Fibers มีผลการดำเนินงานในไตรมาสที่สองปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก แม้ตลาดปลายทางในกลุ่ม Lifestyle และ Mobility ยังคงอ่อนตัวต่อเนื่อง
