ผู้บริหารชายสวมสูทสีเทาและแว่นตายืนยิ้มข้างโลโก้บริษัท BCPG บนพื้นหลังสีเทาอ่อน ประกอบข่าวผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ที่มีกำไรเติบโต 146%

ประเด็นสำคัญ:

  • บีซีพีจี (BCPG) รายงานกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติครึ่งปีแรกปี 2569 อยู่ที่ 810.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 146.3 จากปีก่อน
  • ไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 806.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9
  • ผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากโครงการใหม่ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 810.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 146.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าและการลงทุนที่หลากหลาย ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการที่เติบโตขึ้นได้รับแรงหนุนจากการดำเนินงานของธุรกิจผลิตไฟฟ้า การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลประกอบการไตรมาส 2

ในไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 806.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มเติมกำลังการผลิตรวม 19.6 เมกะวัตต์

ส่วนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติที่ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 มีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว รวมถึงส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นจากค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Payment) ที่สูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

ผลประกอบการครึ่งปีแรก

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 1,905.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการรับรู้รายได้ในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ที่เริ่มเปิดดำเนินการเป็นครั้งแรก การเพิ่มขึ้นของรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ตลอดจนการเติบโตของธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ จากการปรับอัตราค่าบริการและการขยายตัวของการให้บริการขนส่งผ่านท่อ ภายหลังโรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ของกลุ่มบริษัทบางจากเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์

ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 810.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 146.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม “มอนซูน” ใน สปป.ลาว ตลอดจนต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการบริหารจัดการภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินที่มากขึ้นของบริษัทฯ

ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนความแข็งแกร่งของการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์พลังงานที่หลากหลาย และการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจและตลาดพลังงานยังมีความผันผวน

นายรวีกล่าวเพิ่มเติมว่า “ในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัทฯ จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว ควบคู่กับการต่อยอดการลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น และเสริมสร้างความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *