ประเด็นสำคัญ:
- กระทรวงอุตสาหกรรมสั่ง สมอ. เร่งบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยแผงโซลาร์เซลล์ ภายในเดือนตุลาคม 2569
- เตรียมผลักดันมาตรฐานอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องอีก 7 รายการ ครอบคลุมสายไฟ แบตเตอรี่ลิเทียม อินเวอร์เตอร์ และอื่นๆ ให้เป็นสินค้าควบคุม
- ผู้ฝ่าฝืนผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกและปรับสูงสุด 2 ล้านบาท
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งรัดการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยของแผงโซลาร์เซลล์ โดยให้มีผลบังคับใช้ภายในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในกลุ่มประชาชนและภาคธุรกิจ สอดรับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เนื่องในโอกาส “วันมาตรฐานโลก” ประจำปีนี้
นายวราวุธ กล่าวว่า อุปกรณ์สำคัญอย่างแผงโซลาร์เซลล์ต้องมีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง จึงได้สั่งการให้ สมอ. เร่งรัดการประกาศมาตรฐานบังคับ พร้อมออกมาตรการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถขอใบรับรองได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังเร่งรัดให้กำหนดและบังคับใช้มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์อีก 7 มาตรฐาน ครอบคลุมสายไฟ DC แบตเตอรี่ลิเทียม ฟิวส์ อินเวอร์เตอร์ เครื่องตัดวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ขั้วต่อสายไฟ และตู้รวมสายไฟ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบพลังงานสะอาดของไทยปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
บทลงโทษและเกณฑ์ทดสอบความปลอดภัย
นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ สมอ. อยู่ระหว่างการประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังประกาศ โดยผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย จะต้องดำเนินการเฉพาะสินค้าที่ได้มาตรฐานเท่านั้น หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยการทำหรือนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐานต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย อาทิ การทนความร้อน การตัดไฟ การใช้งานในอุณหภูมิสูง การป้องกันไฟรั่ว การลามไฟเมื่อวัสดุเผชิญความร้อนหรือประกายไฟ และคุณสมบัติทางกล
เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ
สมอ. ได้จัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 4 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อสื่อสารหลักเกณฑ์การตรวจสอบและขอใบอนุญาต โดยกำหนดให้ยื่นผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน IEC 61730 ร่วมกับใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 ประกอบการขอรับใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ พร้อมคุ้มครองผู้บริโภคให้เข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างปลอดภัยในราคาที่เป็นธรรม
