ประเด็นสำคัญ:
- กลุ่มมิตรผลเดินหน้าโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
- ปัจจุบันมีโรงงานน้ำตาลในเครือได้รับการรับรอง Carbon Neutrality แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานมิตรผลด่านช้าง อุทยานมิตรผลภูเขียว และโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง
- อุทยานมิตรผลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เป็นคอมเพล็กซ์แห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอนตั้งแต่ปี 2023 และเป็นโมเดลต้นแบบให้โรงงานอื่นในเครือ
กลุ่มมิตรผลประกาศความคืบหน้าของการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อุตสาหกรรมเกษตรคาร์บอนต่ำ โดยล่าสุดมีโรงงานน้ำตาลในเครือได้รับการรับรอง Carbon Neutrality แล้ว 3 แห่ง สอดรับกับเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศที่เข้มข้นขึ้น และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง
รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าช่วงปี 2015-2025 เป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนี Climate Risk Index 2026 ชี้ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วเป็นอันดับ 17 ของโลก แต่กลับมีความพร้อมในการปรับตัวอยู่เพียงอันดับ 123 จาก 192 ประเทศตามการจัดอันดับของ ND-GAIN สอดคล้องกับการประเมินของธนาคารโลกที่ระบุว่า หากไม่มีมาตรการเชิงรุกเพิ่มเติม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจฉุด GDP ไทยลดลงถึง 7-14% ภายในปี 2050
นอกจากนี้ มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น กลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป รวมถึงข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากประเทศคู่ค้าสำคัญ ทำให้การแข่งขันทางการค้าโลกไม่ได้วัดกันเพียงราคาและต้นทุนอีกต่อไป แต่รวมถึงมาตรฐานด้านคาร์บอนและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน
Carbon Neutral Complex ต้นแบบอุตสาหกรรมเกษตรไทย
กลุ่มมิตรผลประกาศเจตนารมณ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ปี 2022 และสะท้อนความมุ่งมั่นดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เมื่ออุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการรับรองให้เป็นคอมเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทยที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Complex) ตั้งแต่ปี 2023 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และได้รับการรับรองต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “การขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero นั้น มีองค์ประกอบหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรทั้งในองค์กรและสังคมรอบข้าง ดังนั้น ‘Carbon Neutral Factory’ จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้พนักงานของกลุ่มมิตรผลมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการร่วมกันปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นได้จริง และนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว”
ขยายผลตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ไร่อ้อยถึงบรรจุภัณฑ์
กลุ่มมิตรผลวางเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างครอบคลุม เริ่มจากการส่งเสริมการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานระดับโลก Bonsucro และ VIVE Programme การใช้พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Chain) ระบบขนส่งรักษ์โลก ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันโรงงานน้ำตาลในกลุ่มมิตรผลได้รับการรับรอง Carbon Neutrality แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานมิตรผลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบ ตามด้วยอุทยานมิตรผลภูเขียว จ.ชัยภูมิ และโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จ.ขอนแก่น ที่ได้รับการรับรองในปี 2026 โดยยังคงเดินหน้าขยายผลระบบบริหารจัดการไปยังโรงงานอื่นในเครือต่อไป
กลุ่มมิตรผลระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่อาจเกิดขึ้นได้จากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
