ประเด็นสำคัญ:
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะกรรมการนานาชาติมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล
- ทีมนักวิจัยพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์มากกว่า 270 ชิ้นที่หลุมขุดค้นที่ 3 และพบหลักฐานที่อาจเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชชนิดใหม่ของโลก ยาวประมาณ 20-25 เมตร ใหญ่กว่าภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเนเกือบเท่าตัว
- อุทยานแห่งชาติภูเวียงเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย และจังหวัดขอนแก่นเดินหน้าผลักดันอุทยานธรณีขอนแก่นสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก
วันนี้ (19 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังอุทยานแห่งชาติภูเวียง และศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ทรงนำคณะกรรมการนานาชาติของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เฝ้าฯ รับเสด็จ
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกเป็นรูปไดโนเสาร์ทำจากหญ้าแฟง จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ และทรงปลูกต้นโยนีปีศาจ 1 ต้น ก่อนเสด็จฯ ไปยังอาคารคลุมหลุมขุดค้นที่ 3 บริเวณห้วยประตูตีหมา เพื่อทอดพระเนตรแหล่งขุดค้นและทรงรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการศึกษาวิจัยและขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ประจำปี พ.ศ. 2567–2569
พบซากไดโนเสาร์ยักษ์กว่า 270 ชิ้น ลุ้นชนิดใหม่ของโลก
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกรมทรัพยากรธรณี ดำเนินการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง คณะนักวิจัยนำโดยนายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง ร่วมกับ ดร.วราวุธ สุธีธร นักบรรพชีวินวิทยาคนแรกของประเทศไทย และ ดร.สุรเวช สุธีธร จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์มากกว่า 270 ชิ้น ณ หลุมขุดค้นที่ 3
จากการศึกษาเปรียบเทียบกับซากดึกดำบรรพ์ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชขนาดใหญ่ชนิดใหม่ของโลก ในวงศ์บราคิโอซอริดี (Brachiosauridae) มีความยาวประมาณ 20–25 เมตร และมีขนาดใหญ่กว่าภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae) เกือบเท่าตัว การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญต่อการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านวิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอดีต พร้อมตอกย้ำความสำคัญของอุทยานแห่งชาติภูเวียงในฐานะแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย
จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ทอดพระเนตรการแสดงระบำไดโนเสาร์ นิทรรศการการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศไทย โครงกระดูกต้นแบบของภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน นิทรรศการอุทยานธรณีขอนแก่น และสวนไดโนเสาร์ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของโลกยุคดึกดำบรรพ์เมื่อประมาณ 130 ล้านปีก่อน โดยมีนายประดิษฐ์ นูเล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กราบบังคมทูลรายงาน และปลัดกระทรวงฯ ทูลเกล้าฯ ถวายกระเป๋าผ้าทอมือปักลายไดโนเสาร์เป็นของที่ระลึก
มรดกทางธรณีวิทยาสู่อุทยานธรณีโลก
ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงมีจุดเริ่มต้นจากการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศเมื่อ พ.ศ. 2519 โดยนายสุธรรม แย้มนิยม อดีตนักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ขณะสำรวจแร่ยูเรเนียมบริเวณห้วยประตูตีหมา ก่อนเปิดให้บริการใน พ.ศ. 2544 ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ธรรมชาติผ่านหลักฐานซากดึกดำบรรพ์และผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมุ่งส่งเสริมการศึกษาวิจัย การอนุรักษ์แหล่งซากดึกดำบรรพ์ และการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขณะที่จังหวัดขอนแก่นเดินหน้าพัฒนาอุทยานธรณีขอนแก่นสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา การเรียนรู้ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
กระทรวงฯ ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยว เยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติภูเวียงและศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเรียนรู้เรื่องราวไดโนเสาร์ไทย ชมหลักฐานการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ และร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวที่เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
