ประเด็นสำคัญ:
- เดือนสิงหาคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าแบบ HEV จดทะเบียนใหม่ 13,882 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.48 ส่วน PHEV จดทะเบียนใหม่ 1,747 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 66.54 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ยอดจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 539,630 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.39 จากปีก่อน นำโดยกลุ่มรถยนต์นั่งที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 80
- ยอดสะสมของ HEV และ PHEV อยู่ที่ 720,082 คัน และ 95,126 คัน ตามลำดับ สะท้อนแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในไทย
กรมการขนส่งทางบกเปิดเผยข้อมูลการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พบว่ายานยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (HEV) จดทะเบียนใหม่จำนวน 13,882 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 30.48 ขณะที่ยานยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (PHEV) จดทะเบียนใหม่ 1,747 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 66.54 สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องของยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในตลาดไทย
ยอดจดทะเบียนใหม่ HEV และ PHEV
ในกลุ่ม HEV เดือนสิงหาคม 2569 แบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ 13,772 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.23 และรถจักรยานยนต์ 110 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 71.88 เมื่อนับสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 มียอดรวม 116,207 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.62 โดยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบ HEV สะสมกลับลดลงร้อยละ 10.42 เหลือ 679 คัน
ส่วนกลุ่ม PHEV เดือนสิงหาคม 2569 ทั้งหมดเป็นรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ จำนวน 1,747 คัน ขณะที่ยอดสะสมมกราคม-สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 13,916 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.72 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดจดทะเบียนสะสม ณ 31 สิงหาคม 2569
ด้านยอดจดทะเบียนสะสมของยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 มีจำนวนรวม 539,630 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 69.39 โดยกลุ่มรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีจำนวนมากที่สุดที่ 428,544 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.60 ขณะที่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสะสมมีจำนวน 103,252 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.24 และรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เติบโตสูงถึงร้อยละ 181.87
สำหรับยอดสะสมของ HEV อยู่ที่ 720,082 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.92 โดยกลุ่มรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีจำนวน 709,562 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.31 ส่วนยอดสะสมของ PHEV อยู่ที่ 95,126 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.99 โดยกลุ่มรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 300 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกประเภท ทั้ง BEV, HEV และ PHEV ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐและแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น
