ประเด็นสำคัญ:
- ทีทีบีวางบทบาท Strategic Partner ด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน ช่วยลูกค้าธุรกิจไทยปรับตัวรับมือกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมโลกและ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย
- ธนาคารใช้กลยุทธ์ 4 มิติ ได้แก่ ประเมินความเสี่ยง วิเคราะห์เชิงลึก ป้องกันเตรียมพร้อม และส่งมอบโซลูชันทางการเงิน พร้อมขยายผลจากกลุ่มโรงแรมสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
- ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อสีเขียวและสีฟ้าแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท และสินเชื่อที่เชื่อมโยงความยั่งยืนกว่า 5,000 ล้านบาท
ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ประกาศเดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านบทบาทพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ที่นำโซลูชันทางการเงินและองค์ความรู้เฉพาะอุตสาหกรรมมาช่วยลูกค้าลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนทางธุรกิจ โดยต่อยอดความสำเร็จจากกลุ่มโรงแรมไปสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพันธมิตรใน Ecosystem ที่เกี่ยวข้อง
นายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีทีบี เปิดเผยว่า ธนาคารดำเนินแนวทางการเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ความเสี่ยง ไปจนถึงการสนับสนุนโซลูชันทางการเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่านระยะยาว โดยในปี 2569 ทีทีบีมุ่งช่วยลูกค้าธุรกิจไทยรับมือกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมระดับโลก พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย และ Thailand Taxonomy
กลยุทธ์ 4 มิติสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน
ทีทีบีวางกลยุทธ์ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ การประเมินความเสี่ยง (Assess) จากกฎระเบียบใหม่ที่กระทบลูกค้าแต่ละอุตสาหกรรม การวิเคราะห์เชิงลึก (Analyze) เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและออกแบบแนวทางเฉพาะราย การป้องกันและเตรียมความพร้อม (Prevent) ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ และการส่งมอบโซลูชัน (Provide) ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่างโซลูชันที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-linked Loan) สำหรับอุตสาหกรรมโรงแรม ซึ่งปีนี้ได้ขยายผลสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มตลอดซัพพลายเชน โดยปัจจุบันทีทีบีปล่อยสินเชื่อสีเขียวและสีฟ้า (Green and Blue Loans) ไปแล้วมากกว่า 100,000 ล้านบาท และสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนมากกว่า 5,000 ล้านบาท รวมถึง Solar Rooftop Solution และสินเชื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ยกระดับการวัดผลสู่ Effective Impact
ทีทีบียังยกระดับการวัดผลสำเร็จจากตัวเลขเชิงปริมาณ เช่น ยอดสินเชื่อสีเขียวหรือจำนวนหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม มาสู่การวัด “ความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง” (Effective Impact) โดยนำปัจจัยผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศมาคำนวณร่วมกับกลยุทธ์พอร์ตสินเชื่อ และวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบด้าน
นายกมลพันธ์กล่าวสรุปว่า ทีทีบีมุ่งทำงานร่วมกับลูกค้าในแต่ละภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยไม่ได้มองความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเพียงเทรนด์ แต่เป็นพันธกิจสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว
