โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งาน GCNT Expo 2026 "From Shock to Shift" พร้อมโลโก้ Global Compact Network Thailand และลูกโลกไอคอนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) จัดขึ้นวันที่ 2-4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพฯ

ประเด็นสำคัญ:

  • GCNT Expo 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World”
  • งานนี้รวมนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจาก True, CPF, BJC, SCG และผู้แทนองค์การสหประชาชาติ ร่วมหารือทิศทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยใน 4 แรงกดดันหลัก ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ กติกาการค้าโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกฎหมายภายในประเทศ
  • เนื้อหาตลอด 3 วันครอบคลุมประเด็น Green Supply Chain, Transition Finance, พลังงาน, Data Center, นวัตกรรม และการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) เปิดเผยไฮไลต์งาน GCNT Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World” เพื่อชวนทุกภาคส่วนร่วมมองความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก และเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการ GCNT ระบุว่า ความท้าทายของประเทศไทยในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การรับมือกับ “Shock” เพียงอย่างเดียว แต่คือการมองให้เห็นว่าแรงกระเพื่อมเหล่านั้นกำลังสร้าง “Shift” ใหม่อย่างไรต่อประเทศและภาคธุรกิจ พร้อมย้ำว่า “เวลา SDGs กำลังหมดลง แต่ความยั่งยืนไม่ได้จบลงตามเวลา”

4 แรงเปลี่ยนสำคัญที่ไทยต้องรับมือ

GCNT ระบุแรงกดดันหลัก 4 ด้านที่ประเทศไทยต้องเผชิญ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ที่แตกขั้วและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กติกาการค้าและการลงทุนใหม่หรือ “Green Border” ที่ทำให้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเงื่อนไขเข้าถึงตลาดโลก ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้วและการสูญเสียทุนธรรมชาติ และแรงกดดันเชิงโครงสร้างภายในประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมต่อ พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกลไก Carbon Pricing ของไทย

GCNT มองว่าภาคเอกชนไม่ควรเป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากกติกาใหม่ แต่สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่าน ด้วยการนำ ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมมือกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายระดับโลก เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ไฮไลต์ 3 วันของ GCNT Expo 2026

วันแรกเปิดเวทีด้วยปาฐกถาพิเศษของนายกรัฐมนตรีในหัวข้อ “ทางรอดประเทศไทย ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน” พร้อมถ้อยแถลงจาก Ms. Michaela Friberg-Storey ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย และ Ms. Sanda Ojiambo ผู้บริหารระดับสูงของ United Nations Global Compact ก่อนเข้าสู่ Fireside Chat โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคม GCNT ร่วมกับผู้นำภาคธุรกิจ อาทิ Sigve Brekke (CEO True) ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ (CEO CPF) ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล (CEO BJC) และธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม (CEO SCG) รวมถึงปาฐกถาจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในหัวข้อแผนการเปลี่ยนผ่านสีเขียวมูลค่า 2 แสนล้านบาท

วันที่สองเจาะลึกประเด็น Green Rules, Green Supply Chain, Natural Capital และ Transition Finance ส่วนวันสุดท้ายมุ่งสู่โจทย์ด้านพลังงาน Data Center นวัตกรรม และการพัฒนาทุนมนุษย์และระบบการศึกษา นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และมิติด้าน Wellbeing เข้ามาร่วมบทสนทนาความยั่งยืน สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริงต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผู้คนด้วยเช่นกัน

ดร.ธันยพร กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ แต่เราสามารถเลือกได้ว่าประเทศไทยจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างไร และจะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสได้อย่างไร GCNT Expo 2026 จึงต้องการชวนทุกภาคส่วนมาร่วมกันกำหนดทิศทาง และร่วมกันสร้าง SHIFT ของประเทศไทยไปด้วยกัน”

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ expo.globalcompact-th.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *