อินโฟกราฟิกแสดงแนวคิด "Sugarcane Energizes the World" ของมิตรผล นำเสนอประโยชน์ของอ้อยในการผลิตพลังงานสะอาดอย่างเอทานอลและไฟฟ้าชีวมวล การสร้างงานและรายได้ในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน พร้อมภาพประกอบเกษตรกร เครื่องจักรการเกษตร และต้นอ้อยขนาดใหญ่ตรงกลาง

ประเด็นสำคัญ:

  • กลุ่มมิตรผลเปิดตัวแนวคิด “Sugarcane Energizes the World” ยกระดับอ้อยไทยจากพืชเศรษฐกิจสู่พลังงานสะอาดและวัตถุดิบนวัตกรรมครบวงจร
  • เป็นผู้ผลิตเอทานอลอันดับ 1 ในอาเซียน กำลังผลิต 500 ล้านลิตรต่อปี และมีโรงไฟฟ้าชีวมวล 22 แห่ง กำลังผลิตรวมกว่า 700 เมกะวัตต์ต่อปี
  • สร้างงานให้ครอบครัวเกษตรกรและแรงงานกว่า 120,000 ราย พร้อมเดินหน้าโครงการรับซื้อใบอ้อยสะสมกว่า 4 ล้านตันภายในปี 2569 เพื่อลดการเผาไร่อ้อย

กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาความยั่งยืนจากภาคเกษตรของไทย เปิดตัวแนวคิด “Sugarcane Energizes the World: อ้อย…พลังที่ขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน” เพื่อสะท้อนบทบาทของอ้อยไทยที่ก้าวไกลกว่าความหวานในครัวเรือน สู่การเป็นพลังงานสะอาด วัตถุดิบเพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิต และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสังคม

อ้อย น้ำมันบนดินของไทย

ปัจจุบันกลุ่มมิตรผลเป็นผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่อันดับ 1 ในอาเซียน ด้วยกำลังการผลิต 500 ล้านลิตรต่อปี ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปของประเทศได้ถึง 350 ล้านลิตรต่อปี และเตรียมต่อยอดสู่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) รวมถึงวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางในอนาคต นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มมิตรผลทั้ง 22 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมกว่า 700 เมกะวัตต์ต่อปี จ่ายกระแสไฟฟ้าสะอาดให้ทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนทั่วประเทศ ช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้กว่า 3,000 ล้านหน่วย หรือประมาณ 8% ของการนำเข้าทั้งหมดในปี 2567 พร้อมสร้างคาร์บอนเครดิต 1,000,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) อีก 1,000,000 RECs ต่อปี ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

นวัตกรรมจากอ้อยเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากน้ำตาลทรายบริสุทธิ์ น้ำเชื่อมเข้มข้น และน้ำตาลกลุ่มทางเลือกสุขภาพที่เป็นวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วไป กลุ่มมิตรผลยังต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม เช่น การสกัดอ้อยเป็นพรีไบโอติกไฟเบอร์ธรรมชาติที่ช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณจากสารสกัดอ้อยผสมวัตถุดิบธรรมชาติ ในมิติ Eco-Living เส้นใยอ้อยและมันสำปะหลังถูกนำมาพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ชีวภาพกลุ่ม Bio-Material ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

เบื้องหลังนวัตกรรมและพลังงานสะอาดเหล่านี้ กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการเติบโตไปด้วยกันของสังคม ผ่านการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น โดยปัจจุบันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ครอบครัวเกษตรกรและแรงงานผู้รับเหมากว่า 120,000 ราย พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้การทำเกษตรสมัยใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ อาทิ โครงการรับซื้อใบอ้อยสะสมกว่า 4 ล้านตันภายในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งช่วยสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร ควบคู่ไปกับการลดการเผาไร่อ้อยและมลพิษทางอากาศ

จากน้ำตาลเกล็ดเล็กในแก้วกาแฟยามเช้า สู่พลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ กลุ่มมิตรผลระบุว่าอ้อยไทยในวันนี้ได้กลายเป็นพืชมหัศจรรย์แห่งยุคใหม่ ที่พร้อมสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *