กลุ่มช่างเทคนิคและผู้เข้าร่วมอบรมกำลังสังเกตการณ์ช่างสาธิตการใช้เกจวัดความดันเพื่อตรวจสอบสารทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศไดกิ้น ภายใต้ป้ายโครงการช่างแอร์ดีดี ณ โรงงานอบรมของแสนสิริ

ประเด็นสำคัญ:

  • สยามไดกิ้นเซลส์ ร่วมสนับสนุนแสนสิริ ขับเคลื่อนโมเดล Sustainable Cooliving Lifecycle เพื่อบริหารจัดการสารทำความเย็นตลอดวงจรชีวิตอาคาร
  • ความร่วมมือครอบคลุมการติดตั้งระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง การบำรุงรักษา การเก็บคืนสารทำความเย็น และการนำกลับมาใช้ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • เริ่มดำเนินการแล้วในโครงการภายใต้กลุ่มแสนสิริ สอดคล้องกับเป้าหมาย Environmental Vision 2050 ของไดกิ้น

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ประกาศความร่วมมือสนับสนุนบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการขับเคลื่อนโมเดล “Sustainable Cooliving Lifecycle” แนวทางพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนที่แสนสิริริเริ่มขึ้น เพื่อดูแลคุณภาพการอยู่อาศัยควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร โดยไดกิ้นสนับสนุนด้านเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ มาตรฐานการจัดการสารทำความเย็น และองค์ความรู้ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ความร่วมมือนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรภายในอาคารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการดูแลเครื่องปรับอากาศและการจัดการสารทำความเย็น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในภาคที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ เนื่องจากกระบวนการติดตั้ง บำรุงรักษา หรือรื้อถอนเครื่องปรับอากาศ อาจมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของสารทำความเย็นหากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี

รายละเอียดความร่วมมือภายใต้ Sustainable Cooliving Lifecycle

ภายใต้โมเดลดังกล่าว แสนสิริได้นำแนวคิดการดูแลทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตอาคารมาประยุกต์ใช้ ตั้งแต่การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม การบำรุงรักษาตามมาตรฐาน การเก็บคืนสารทำความเย็น การฟื้นฟูคุณภาพ และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยไดกิ้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศ ร่วมสนับสนุนผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ มาตรฐานการเก็บคืนสารทำความเย็น อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และการให้คำปรึกษาทางเทคนิค

นายวรุตม์ เลขะจิระกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายงานโครงการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากเครื่องปรับอากาศ นอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงแล้ว การดูแลระบบตลอดอายุการใช้งานก็เป็นอีกส่วนสำคัญ ไดกิ้นจึงมองว่าสิ่งที่เราส่งมอบได้จริงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน แต่ยังรวมถึงกระบวนการดูแลที่ทำให้ทรัพยากรทุกส่วนถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ ช่วยทำให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในระดับที่ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้ โดยที่การใช้ชีวิตประจำวันยังคงสะดวกสบายเหมือนเดิม”

ความร่วมมือครั้งนี้ได้เริ่มดำเนินการในโครงการและอาคารภายใต้การดูแลของกลุ่มแสนสิริแล้ว ครอบคลุมทั้งการนำระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงมาใช้งาน การพัฒนาศักยภาพทีมงานด้านการบำรุงรักษา และการเก็บคืนสารทำความเย็นตามมาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร

นายวรุตม์กล่าวเสริมว่า “ภายใต้ Environmental Vision 2050 ไดกิ้นให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่ได้จบในขั้นตอนการผลิตหรือการขาย แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะผู้พัฒนาโครงการและทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและบำรุงรักษา เพราะลำพังผู้ผลิตเพียงรายเดียวไม่สามารถปิดวงจรนี้ได้ โมเดลของแสนสิริจึงเป็นการนำความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของแต่ละฝ่ายมาร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาให้เรื่องที่เคยถูกมองว่าทำได้ยาก สามารถเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม”

ไดกิ้นระบุว่าพร้อมเดินหน้าสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนาโซลูชันด้านอากาศและแนวทางการบริหารจัดการสารทำความเย็นอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *