ประเด็นสำคัญ:
- ธุรกิจครอบครัวไทยกว่า 70% ยังไม่มีแผนสืบทอดกิจการที่ชัดเจน ตามข้อมูลของ McKinsey ท่ามกลางการส่งต่อสินทรัพย์ระหว่างรุ่นในเอเชียแปซิฟิกที่คาดว่าจะสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
- ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ Baker McKenzie จัดสัมมนา Beyond Wealth Legacy and Strategy ภายใต้โครงการ The Business Circle นำเสนอกรอบแนวคิด 3S ได้แก่ Structure, Safeguard และ Succession เพื่อวางแผนส่งต่อธุรกิจอย่างเป็นระบบ
- ผู้เชี่ยวชาญแนะเครื่องมือสำคัญ อาทิ บริษัทโฮลดิ้งครอบครัว ทรัสต์ต่างประเทศ สัญญาก่อนสมรส และธรรมนูญครอบครัว เพื่อลดความเสี่ยงและความขัดแย้งในการส่งต่อความมั่งคั่งข้ามรุ่น
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับที่ปรึกษากฎหมาย Baker McKenzie จัดสัมมนา “Beyond Wealth Legacy and Strategy” ภายใต้โครงการ The Business Circle เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เพื่อแบ่งปันแนวทางการวางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัวไทย โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 60 ครอบครัวธุรกิจ ท่ามกลางข้อมูลจาก McKinsey ที่ระบุว่าธุรกิจครอบครัวไทยกว่า 70% ยังไม่มีแผนสืบทอดกิจการที่ชัดเจน
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากคาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีการส่งต่อสินทรัพย์ระหว่างรุ่นรวมมูลค่าราว 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ทำให้การวางแผนสืบทอดธุรกิจและบริหารความมั่งคั่งข้ามรุ่นกลายเป็นวาระเร่งด่วนของธุรกิจครอบครัวทั่วภูมิภาค
นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวไทยจำนวนมากประสบความสำเร็จในการสร้างการเติบโต แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่คนรุ่นถัดไป หลายครอบครัวเริ่มเผชิญโจทย์ใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้นทั้งด้านการบริหารธุรกิจและบทบาทของสมาชิกในครอบครัว ธนาคารจึงมุ่งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านโครงการ The Business Circle เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้
ดร.ปริมญดา ดวงรัตน์ ทนายความหุ้นส่วน Baker McKenzie ระบุว่า ความท้าทายในการส่งต่อความมั่งคั่งมักไม่ได้อยู่ที่เรื่องทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมหลายมิติ ทั้งโครงสร้างการถือครองทรัพย์สิน การบริหารความเสี่ยงทางกฎหมายและภาษี ตลอดจนความเข้าใจร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดความไม่แน่นอนและความขัดแย้งในอนาคต
กรอบ 3S: Structure, Safeguard, Succession
ด้าน Structure ครอบครัวสามารถจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งครอบครัวเพื่อรวบรวมการถือครองหุ้นและทรัพย์สินไว้ในโครงสร้างเดียว ลดความเสี่ยงจากการกระจัดกระจายเมื่อส่งต่อสู่รุ่นถัดไป โดยหากถือหุ้นในบริษัทอื่นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป เงินปันผลอาจได้รับยกเว้นภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด สำหรับครอบครัวที่มีสินทรัพย์ในหลายประเทศ การจัดตั้งทรัสต์ในต่างประเทศเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยแยกทรัพย์สินออกจากผู้ก่อตั้งทางกฎหมายและลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทหรือเจ้าหนี้
ด้าน Safeguard การกำหนดสิทธิและกลไกแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้นล่วงหน้ามีความสำคัญไม่แพ้การกำหนดผู้รับมรดก เพื่อป้องกันภาวะชะงักงันในการตัดสินใจหรือ Deadlock นอกจากนี้สัญญาก่อนสมรสยังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มทายาทรุ่นใหม่ เพื่อแยกทรัพย์สินครอบครัวออกจากสินสมรสอย่างชัดเจน
ด้าน Succession ธรรมนูญครอบครัวเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกำหนดกติกาและความคาดหวังร่วมกัน ทั้งบทบาทของสมาชิก หลักเกณฑ์การเข้าทำงาน วิธีคัดเลือกผู้นำ และกระบวนการจัดการข้อขัดแย้ง พร้อมเปิดพื้นที่ให้สมาชิกแต่ละรุ่นสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้กิจกรรมเพื่อสังคมหรือ Philanthropy ยังสามารถเชื่อมโยงสมาชิกต่างรุ่นให้มีส่วนร่วมในการสืบทอดค่านิยมร่วมกัน
สัมมนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ The Business Circle แพลตฟอร์มระดับภูมิภาคของธนาคารยูโอบีที่มุ่งสนับสนุนผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่และธุรกิจครอบครัวทั่วอาเซียน ผ่านการสร้างเครือข่ายและการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ธุรกิจครอบครัวไทยพร้อมรับมือกับการสืบทอดธุรกิจและความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว
