ผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงานยืนถ่ายภาพร่วมกันบนเวทีงาน GCNT Expo 2026 ภายใต้แนวคิด "From Shock to Shift" เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของประเทศไทย

ประเด็นสำคัญ:

  • การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) ลงนาม MOU ระยะเวลา 3 ปี ภายใต้แนวคิด “Nature Positive สู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างสมดุล”
  • ความร่วมมือมุ่งนำมิติความหลากหลายทางชีวภาพเข้ามาผสานกับการวางแผนและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นทาง
  • ตั้งเป้าสร้าง “ต้นแบบนิคมอุตสาหกรรม” ที่เติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ภายใต้แนวคิด “Nature Positive สู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างสมดุล” เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลรักษาธรรมชาติและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองหน่วยงานร่วมพิธี

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยนำมิติทรัพยากรธรรมชาติมาผสานกับการพัฒนาและบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ควรถูกมองว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ขณะเดียวกันกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ส่งผลต่อพื้นที่และชุมชนโดยตรง

ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า กนอ. มีองค์ความรู้ กลไก และประสบการณ์บริหารจัดการพื้นที่ ขณะที่ BEDO มีความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ การผสานจุดแข็งของทั้งสองหน่วยงานจะช่วยผลักดันแนวคิด Biodiversity และ Nature Positive ให้นำมาปฏิบัติได้จริง โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ การเรียนรู้จากพื้นที่จริง ไปจนถึงการทดลองประยุกต์ใช้ในพื้นที่นำร่อง

กรอบความร่วมมือ 3 ปี

ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งนำแนวคิด Nature Positive มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมองว่าทรัพยากรธรรมชาติไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในพื้นที่อนุรักษ์ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน รวมถึงภาคอุตสาหกรรม

สำหรับกรอบความร่วมมือภายใต้ MOU ระยะเวลา 3 ปี ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเพื่อใช้บริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาเครื่องมือและพื้นที่นำร่องเพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานด้าน Nature Positive ที่เหมาะสมกับบริบทอุตสาหกรรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยในการมุ่งสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *