ประเด็นสำคัญ:
- กกร. ปรับกรอบประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ใหม่ คาด GDP ขยายตัว 1.6-2.0% ส่งออกโต 8.0-10.0% และเงินเฟ้อ 2.5-3.0%
- เศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนสูงจากความขัดแย้งตะวันออกกลางและกระแส AI ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเติบโตแบบ K-shape
- ไทยส่งออกครึ่งปีแรกโต 17.6%YoY หนุนโดยสินค้าเทคโนโลยีที่ขยายตัวถึง 45.9%YoY พร้อมเสนอ 5 ยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุนใหม่
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แถลงข่าวประจำเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โดยนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับนายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ณ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ โดยได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ใหม่ คาด GDP ขยายตัว 1.6-2.0% ส่งออกโต 8.0-10.0% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5-3.0%
เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน เติบโตแบบ K-shape
กกร. ระบุว่าเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนสูง จากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางและกระแสเทคโนโลยี AI ซึ่งส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นแบบ K-shape สอดคล้องกับมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โดยกลุ่มประเทศนำเข้าพลังงานสูงมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่กลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัล รวมถึงชาติเอเชียและไทย มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ทั้งนี้ แรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และกดดันค่าเงินเอเชียให้อ่อนค่าลง
ส่งออกไทยครึ่งปีแรกโตแรง 17.6%YoY
เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายในการปรับตัวและสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยในครึ่งปีแรกขยายตัวสูงถึง 17.6%YoY จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีสัดส่วน 26.5% และเติบโตถึง 45.9%YoY ตามเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตในกลุ่ม K ขาบนยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มได้อย่างเต็มที่ กกร. จึงเสนอให้เร่งยกระดับ local content เพื่อตอบโจทย์ RVC ส่งเสริมการผลิตในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และวางแผนสร้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าไทย
นอกจากนี้ กกร. สนับสนุนการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (Connect the dots) เพื่อออกแบบมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและภาคธุรกิจได้ตรงจุดมากขึ้น อาทิ การใช้ข้อมูล รง. 8 สนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) และการยกระดับพื้นที่ EEC ให้เป็นพื้นที่นำร่องบริการแบบ One Stop Service
เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุน
กกร. พร้อมผลักดัน 5 ยุทธศาสตร์การพัฒนาการลงทุนใหม่ของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ Investment & Industry Transformation Hub, AI & Digital Hub, Green Economy, Financial Hub และ Medical Hub ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า FDI ที่จะไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2578 โดยไทยยังเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญ สอดคล้องกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ในครึ่งปีแรกที่ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต
