ประเด็นสำคัญ:
- กรมโรงงานอุตสาหกรรมร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกันและ สอจ.ปราจีนบุรี สั่งหยุดประกอบกิจการโรงงาน บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด เป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 39
- ตรวจพบลักลอบขยายกำลังเครื่องจักรและประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก หลอมหล่อโลหะจากขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมฝ่าฝืนคำสั่งเดิมตามมาตรา 37
- เจ้าหน้าที่สั่งผูกมัดประทับตราเครื่องจักร ป้องกันการลักลอบใช้งานระหว่างปรับปรุงแก้ไข
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกันและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ผู้ประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 พบพฤติการณ์เจตนาฝ่าฝืนคำสั่งเดิมอย่างชัดเจน จึงสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
ย้อนปมฝ่าฝืนคำสั่งซ้ำซ้อน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงานดังกล่าว ซึ่งประกอบกิจการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาถอดแยก บดย่อย และหลอมหล่อเพื่อนำโลหะกลับมาใช้ใหม่ และพบว่ามีการลักลอบขยายกำลังแรงม้าเครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงประกอบกิจการในส่วนขยายโรงงานโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ สอจ.ปราจีนบุรี จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง สั่งให้บริษัทฯ ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันทีและอายัดวัตถุอันตรายไว้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ติดตามผลล่าสุดกลับพบว่าบริษัทฯ ไม่ปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่ง และยังมีร่องรอยการลักลอบประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะในอาคารหลายหลัง พร้อมติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติม และพบวัตถุอันตรายมีปริมาณเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยอายัดไว้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เข้าข่ายตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต
มาตรการเด็ดขาดป้องกันผลกระทบ
กรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการเจตนาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ อาจก่อให้เกิดอันตรายและความเดือดร้อนร้ายแรงต่อประชาชนและชุมชนใกล้เคียง จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง สั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว พร้อมขออนุมัติผูกมัดประทับตราเครื่องจักรตามมาตรา 37 วรรคสอง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการลักลอบใช้เครื่องจักรระหว่างดำเนินการปรับปรุงแก้ไข
เมื่อตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที และหากไม่ปรับปรุงแก้ไขตามสั่ง จะใช้มาตรการสั่งหยุดประกอบกิจการโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม อธิบดีพรยศฯ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท จี.เค.ซี. รีไซเคิล จำกัด สาขากบินทร์บุรี และบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด จำนวน 2 โรงงาน โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกต่อเนื่อง ไม่ละเว้นผู้ประกอบการที่เจตนาฝ่าฝืนกฎหมายและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน
