ชายสวมสูทยืนแถลงข่าวหน้าอาคาร โดยมีไมโครโฟนจากหลายสำนักข่าวตั้งเรียงอยู่ด้านหน้า และมีผู้สื่อข่าวถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถืออยู่ด้านล่าง

ประเด็นสำคัญ:

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาโรงงานกากอุตสาหกรรมรั่วไหลในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมสั่งสนธิกำลังตรวจเข้มทุกโรงงาน
  • หากพิสูจน์ชัดว่าโรงงานใดทำผิดกฎหมาย จะสั่งปิดทันทีตามมาตรา 39 และเตรียมผลักดันแก้กฎหมายให้คดีสารเคมีรั่วไหลเป็นคดีทางการเงิน เพื่อให้ ปปง. เข้ายึดทรัพย์ผู้ประกอบการได้
  • ชี้แจงกรณีถูกวิจารณ์เรื่องลงพื้นที่น้ำท่วมสุพรรณบุรีแทนพื้นที่วิกฤตอื่น ว่าทำหน้าที่ทั้งสองบทบาทอย่างเต็มที่ ไม่ได้ละเลยปัญหาใด

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ถึงกรณีโรงงานกากอุตสาหกรรมในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ที่ประชาชนกังวลเรื่องสารเคมีรั่วไหลซ้ำเติมปัญหาอุทกภัย ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจ และดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

นายวราวุธกล่าวว่า กระทรวงได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ประสานงานตลอดเวลา โดยโรงงานที่พิสูจน์แล้วว่าดำเนินการผิดกฎหมาย ได้ถูกติดประกาศตามมาตรา 39 ให้หยุดดำเนินการ หยุดนำวัตถุดิบเข้าโรงงาน และหยุดเคลื่อนย้ายของออกจากพื้นที่ พร้อมสั่งให้โรงงานที่มีบ่อหรือกองของเสียจนน้ำไหลออก นำผ้าใบคลุมป้องกันทันที

สนธิกำลังตรวจเข้มทุกโรงงาน

ล่าสุดได้มอบหมายให้ว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งการไปยังอุตสาหกรรมจังหวัด สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบโรงงานที่มีนอมินีหรือมีปัญหาต่าง ๆ อย่างเข้มงวด โดยวันเดียวกันได้ให้ทีมงานลงลาดตระเวนตรวจสอบ หากพบความผิดชัดเจนตามกฎหมายจะสั่งปิดโรงงานทันที

ด้านบทลงโทษ นายวราวุธระบุว่า ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อหน่วยงานรัฐหรือประชาชน ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงานในชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้คดีสารพิษรั่วไหลกลายเป็นคดีทางการเงิน และจะขอความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อยึดทรัพย์ผู้ประกอบการที่กระทำผิด

สำหรับกรณีความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมและการเก็บกวาด นายวราวุธยืนยันว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด

ชี้แจงกรณีถูกวิจารณ์เรื่องลงพื้นที่สุพรรณบุรี

เมื่อถูกถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าให้ความสำคัญกับพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดสุพรรณบุรีมากกว่าพื้นที่วิกฤตอื่น นายวราวุธกล่าวว่า ตนทำหน้าที่สองบทบาท คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องดูแลภาพรวมทั่วประเทศ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรีที่ต้องดูแลพื้นที่ที่ประชาชนเลือกตั้งมา ซึ่งบางพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรียังมีน้ำท่วมสูงถึงหัว แม้พื้นที่อื่นน้ำจะลดลงแล้ว

นายวราวุธระบุว่า ไม่ว่าจะเลือกลงพื้นที่ใดก็มักถูกต่อว่า หากไปพื้นที่อื่นก็จะถูกมองว่าไม่ดูแลบ้านตัวเอง แต่หากดูแลบ้านตัวเองก็จะถูกมองว่าไม่ดูแลพื้นที่อื่น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาใด และสั่งการให้ดูแลทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ในทุกมิติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *