ชายสวมสูทสีเทายืนกล่าวสุนทรพจน์หลังแท่นพูดบนเวทีงาน The Bangkok Business Summit ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand, Resilient ASEAN พื้นหลังสีน้ำเงินมีโลโก้งานและภาพเงาสถาปัตยกรรมกรุงเทพมหานคร

ประเด็นสำคัญ:

  • ภาครัฐและเอกชนไทยผนึกกำลังตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวสู่สถานะประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ผ่านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานการผลิตต้นทุนต่ำสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนและสินค้ามูลค่าสูง
  • ธนาคารโลกระบุไทยต้องเร่งอัตราการเติบโตของ GDP ต่อประชากรจากเฉลี่ย 2.2% ขึ้นเป็น 5.4% ต่อปีในทศวรรษหน้า โดยอาศัย 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และบริการดิจิทัล
  • จะมีการจัดทำ Bangkok Business Summit White Paper ร่วมกับ PwC วางกรอบปฏิบัติการ 24 เดือน (2569–2571) ก่อนไทยรับตำแหน่งประธานอาเซียนปี 2571

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้นำภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาการผลิตต้นทุนต่ำ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนและสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งเป็นผลต่อยอดจากเวที The Bangkok Business Summit 2026 ที่ผ่านมา

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และเชื่อว่าไทยมีศักยภาพเป็นฐานการลงทุนที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

เป้าหมายเร่งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นายคาร์ลอส เฟลิเป้ ฮารามิโย รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลก ระบุว่าไทยจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ต่อประชากรจากค่าเฉลี่ยหลังโควิดที่ 2.2% ให้เพิ่มขึ้นเป็น 5.4% ต่อปีในอีกหนึ่งทศวรรษข้างหน้า โดยต้องจัดสรรเงินทุนผ่าน 7 อุตสาหกรรมหลัก เช่น การผลิตขั้นสูง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และบริการดิจิทัล พร้อมเร่งป้องกันความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่เสี่ยงต่ออุทกภัย

จากเวทีเสวนาสู่แผนปฏิบัติการจริง

ข้อเสนอจากเวที The Bangkok Business Summit 2026 จะถูกต่อยอดเป็นสมุดปกขาว (Bangkok Business Summit White Paper) ร่วมกับ PwC เพื่อแปลงเป้าหมายเศรษฐกิจไปสู่การปฏิบัติจริง โดยกำหนดกรอบเวลา 24 เดือน ระหว่างปี 2569–2571 เป็นช่วงวางรากฐานสำคัญ มุ่งจัดสรรทรัพยากรไปยังอุตสาหกรรมศักยภาพสูง พร้อมกลไกติดตามผลที่วัดได้จริง

นายผยง ศรีวณิช ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่าความพร้อมของการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของไทยอยู่ที่ระดับ 5 จาก 10 และจำเป็นต้องเร่งปรับทิศทางสภาพคล่องทางการเงินจากภาคเศรษฐกิจเดิมไปสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจแห่งอนาคต พร้อมเสนอแนวคิด “Brotherhood” ให้องค์กรขนาดใหญ่ร่วมยกระดับทักษะแก่ SMEs ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้ทั่วถึงมากขึ้น

ธรรมาภิบาลและความยืดหยุ่นด้านสิ่งแวดล้อม

การประชุม The Bangkok Business Summit 2026 ยังเป็นเวทีปูทางสู่การเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ของไทย ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” โดยหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญคือการผลักดัน “Bangkok Blueprint” เพื่อรับมือปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และเงินผิดกฎหมาย

ธนาคารโลกยังเรียกร้องให้ไทยเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งสร้าง GDP ถึง 66% ของประเทศ พร้อมเร่งขยายกำลังผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานสะอาดเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นรากฐานสำคัญให้ไทยมีบทบาทโดดเด่นในเวทีเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2571

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *