ประเด็นสำคัญ:
- ส่งออกไทยเดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัว 24.3% สูงสุดในรอบ 56 เดือน หนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่เติบโตสูง
- ดุลการค้าไทยขาดดุล 2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำสุดในรอบปีนี้และดีกว่าที่ประเมินไว้ แม้ยอดขาดดุลสะสม 8 เดือนยังสูงถึง 37,837.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- SCB EIC เตือนความเสี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐฯ มาตรา 301 รอบใหม่ และสงครามตะวันออกกลางที่อาจกดดันการค้าไทยในช่วงปลายปี
การส่งออกไทยเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่า 34,618.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินไว้ที่ 25.9% ขณะที่การนำเข้าเดือนเดียวกันอยู่ที่ 37,101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 25.1% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับขาดดุลน้อยที่สุดในรอบปีนี้
แม้อัตราการขยายตัว 24.3% จะสูงที่สุดในรอบ 56 เดือน แต่เมื่อปรับฤดูกาลแล้ว มูลค่าส่งออกกลับหดตัวเล็กน้อย -0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าตัวเลขที่สูงส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานต่ำในเดือนสิงหาคมปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่การส่งออกไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ รอบแรก ทั้งนี้ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวสูงถึง 18.9%
อิเล็กทรอนิกส์และตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นแรงส่งหลัก
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูง 54.2% แม้ชะลอลงจาก 67.8% ในเดือนก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุน Data center ทั่วโลก ครอบคลุมตลาดส่งออกสำคัญ 15 แห่งที่ขยายตัวทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนราว 94% ของมูลค่าส่งออกอิเล็กทรอนิกส์รวม โดยเฉพาะตลาดไอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ที่ขยายตัวสูงถึง 173.8% 166.2% และ 98.8% ตามลำดับ สินค้ากลุ่มนี้มีส่วนผลักดันการเติบโตของส่งออกรวมถึง 11.5 จุด หรือเกือบครึ่งหนึ่งของการขยายตัวทั้งหมด
ขณะเดียวกัน การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 48.7% ต่อเนื่องจาก 45.3% ในเดือนก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งส่งออกสินค้าไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาษีนำเข้าเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301 นอกจากนี้ การส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปพลิกกลับมาขยายตัวสูงถึง 112.5% หลังหดตัวต่อเนื่องสองเดือน โดยได้แรงหนุนจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นและการส่งออกไปออสเตรเลียและสวิตเซอร์แลนด์ที่เพิ่มขึ้นมาก
นำเข้าชะลอตัวแต่ยังขยายตัวสูง
มูลค่านำเข้าเดือนสิงหาคมชะลอลงจาก 36.7% ในเดือนก่อนมาอยู่ที่ 25.1% ต่ำกว่าที่หลายสำนักประเมินไว้ โดยสินค้าทุนขยายตัว 33% สินค้าเชื้อเพลิงขยายตัว 42.4% และวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปขยายตัว 21.3% ทั้งนี้การนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 213.3% สะท้อนการกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานของไทยออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง สอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ด้านภาพรวมมูลค่านำเข้าไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวสูงถึง 36.1% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าสะสม 37,837.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงรอบด้าน
SCB EIC ประเมินว่าการส่งออกไทยในระยะข้างหน้าจะยังขยายตัวต่อเนื่องจากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ทั่วโลก แม้จะชะลอความร้อนแรงลงบ้าง อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ มาตรา 301 ในประเด็น Structural Excess Capacity ที่คาดว่าจะประกาศในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี้ ขณะที่การพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ขยายออกไปถึงวันที่ 10 มกราคม 2570 ช่วยลดความกังวลระยะสั้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนในช่วงต้นปีหน้าหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพิ่มเติม สำหรับการนำเข้ามีแนวโน้มขยายตัวสูงต่อเนื่องเช่นกัน แต่เผชิญความเสี่ยงด้านสูงจากราคาพลังงานที่อาจปรับตัวขึ้น หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ซึ่งอาจกดดันให้ดุลการค้าไทยขาดดุลมากขึ้นในระยะต่อไป
