ประเด็นสำคัญ:
- กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นตรวจพบกองกากของเสียสีดำปะปนเศษพลาสติกและสายไฟในพื้นที่เกษตรกรรม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
- พบแหล่งน้ำใกล้เคียง 2 จุดมีน้ำสีดำ กลิ่นเหม็น และคราบน้ำมัน เสี่ยงปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำ 3 จุดเพื่อตรวจวิเคราะห์
- สถานีตำรวจภูธรวังตะเคียนประสาน คพ. ตรวจสอบวัตถุพยานทางวิชาการ เพื่อขยายผลจับกุมและดำเนินคดีถึงต้นตอขบวนการ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ เฝ้าระวังและตรวจสอบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด พร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบวัตถุพยานด้วยข้อมูลทางวิชาการ เพื่อขยายผลนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดตลอดขบวนการ
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรงค์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบภายหลังได้รับแจ้งจากเครือข่ายเฝ้าระวังมลพิษสิ่งแวดล้อม กรณีลักลอบทิ้งกากของเสียในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านโคกไม้แดง ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
พบแหล่งน้ำปนเปื้อนใกล้จุดทิ้งกาก
จากการตรวจสอบพบกองของเสียสีดำไม่ทราบชนิด ปะปนกับเศษพลาสติกและเศษสายไฟที่ผ่านการสับหรือตัดย่อยแล้วในพื้นที่เกษตรกรรม บริเวณใกล้เคียงพบแหล่งน้ำ 1 บ่อ และห่างออกไปประมาณ 800 เมตร พบอีก 1 บ่อ ซึ่งมีน้ำสีดำ กลิ่นเหม็น และมีคราบน้ำมันลอยบนผิวน้ำ อาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและกระทบการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินรวม 3 จุด เพื่อตรวจวิเคราะห์และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนแจ้งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ
ตำรวจขอความร่วมมือ คพ. ขยายผลคดี
สถานีตำรวจภูธรวังตะเคียน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี และตำรวจภูธรภาค 2 ได้ประสานขอรับการสนับสนุนจาก คพ. ในการตรวจสอบวัตถุพยานที่ตรวจยึดจากพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายตามกฎหมายหรือไม่ และใช้ประกอบการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า คพ. จะสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการแก่เจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแส เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิด เส้นทางขนส่ง และผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งจัดการปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างจริงจังและนำผู้กระทำผิดมารับผิดตามกฎหมาย
