ประเด็นสำคัญ:
- ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 90.0 เพิ่มขึ้นจาก 88.2 ในเดือนมิถุนายน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 93 และมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซล
- ส.อ.ท. เตือนความเสี่ยงจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน ภาษีนำเข้าตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 12.5 และหนี้เสีย SMEs ที่ขยับขึ้นเป็นร้อยละ 9.5
- เสนอ 3 มาตรการต่อภาครัฐ ได้แก่ ส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นเชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ ยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้า และเพิ่มช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับ SMEs
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 90.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.2 ในเดือนมิถุนายน 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าและมาตรการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเสนอแนะภาครัฐเร่งส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ลดความเสี่ยงทางการค้า และเติมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SMEs
นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. พร้อมด้วยผู้บริหาร ส.อ.ท. ร่วมแถลงว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีฯ มาจากยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 93.07 เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศตามเงื่อนไขการผลิตชดเชยการนำเข้า ซึ่งส่งผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
ปัจจัยหนุนและปัจจัยเสี่ยง
การเร่งเจรจาการค้ากับคู่ค้าหลัก อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน ช่วยเปิดโอกาสทางการตลาดสำหรับสินค้าไทย ขณะที่การส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วนยานยนต์ยังขยายตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ มาตรการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาพยุงราคาน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาปรับลดลง 2.40 บาทต่อลิตร ช่วงวันที่ 24 กรกฎาคม–15 สิงหาคม 2569 บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ส่วนมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ช่วยกระตุ้นยอดขาย SMEs กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และเครื่องดื่ม
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่อาจดันราคาน้ำมันและค่าระวางเรือสูงขึ้น รวมถึงมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าไทยในอัตราร้อยละ 12.5 ภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่อาจเพิ่มต้นทุนการส่งออก ขณะที่โครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่มีแนวโน้มล่าช้า และจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 3.1 ส่งผลให้กำลังซื้อในพื้นที่ท่องเที่ยวชะลอตัว ด้านหนี้เสียของ SMEs มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับร้อยละ 9.5 ซึ่งกดดันสภาพคล่องผู้ประกอบการ
จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,330 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าความกังวลด้านราคาพลังงาน เศรษฐกิจในประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน การเข้าถึงสินเชื่อ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง ขณะที่ความกังวลด้านเศรษฐกิจโลกและนโยบายภาครัฐเพิ่มขึ้น สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 96.1 เพิ่มขึ้นจาก 94.5 โดยได้แรงหนุนจากการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank และค่าไฟฟ้าที่ปรับลดลงเหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย
ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ
ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นเชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ เร่งผลักดันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน และส่งเสริมไบโอดีเซล B7-B20 รวมถึงเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า พร้อมเสนอให้ยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งกำเนิดสินค้า ควบคู่กับมาตรการควบคุมสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ เพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรา 301 ของสหรัฐฯ และเสนอให้เร่งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ผ่านกลไก Supply Chain Financing และโครงการ พี่ช่วยน้อง พร้อมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้จัดทำ Dashboard รวบรวมข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมย้อนหลัง 3 ปี เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Industry Data Space (iDS) เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนเข้าถึงข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ
