ประเด็นสำคัญ:
- กระทรวงอุตสาหกรรมยกเครื่องระบบกำกับโรงงานทั้งระบบ นำ e-license, iSingleForm และ i-Auditor มาเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันเป็นครั้งแรก
- การอนุญาตตั้งโรงงาน (รง.4) ผ่านระบบ e-license ช่วยลดระยะเวลาพิจารณาลงกว่า 28 วัน และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
- ปรับแนวทางบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดขึ้น หากโรงงานปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานหรือจัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง จะสั่งหยุดประกอบกิจการทันที ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.โรงงานฯ
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศยกเครื่องกลไกการกำกับโรงงานใหม่ทั้งระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาต การกำกับโรงงาน และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาโรงงานลักลอบทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการนำระบบ e-license ระบบ iSingleForm และระบบตรวจโรงงาน i-Auditor มาใช้ร่วมกันเป็นครั้งแรก โดยระบบทั้งหมดจะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันแบบครบวงจร พร้อมปรับแนวทางการกำกับและบทลงโทษให้เข้มงวดขึ้น ควบคู่กับการเร่งแก้ไขกฎหมายโรงงานและจัดทำกฎหมายจัดการกากอุตสาหกรรมฉบับใหม่
อนุญาตโรงงานผ่านระบบ e-license เต็มรูปแบบ
ในขั้นตอนการอนุญาตโรงงาน (รง.4) กระทรวงอุตสาหกรรมนำระบบ e-license มาใช้แบบเต็มรูปแบบ เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ทำให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยสามารถลดระยะเวลาการพิจารณาลงได้กว่า 28 วัน
ใช้ข้อมูลชี้เป้าตรวจโรงงานอย่างตรงจุด
ด้านการกำกับโรงงาน มีการพัฒนาระบบรายงานข้อมูล iSingleForm ซึ่งนอกจากใช้วิเคราะห์ดัชนีอุตสาหกรรมประกอบการจัดทำนโยบายแล้ว ยังเป็นเครื่องมือให้ผู้ประกอบการประเมินตนเอง (Self-Declaration) ว่าปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ ข้อมูลจากระบบนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์และชี้เป้าการตรวจสอบ เช่น กรณีมีข้อมูลการจัดการกากอุตสาหกรรมผิดปกติ หรือการใช้น้ำ ไฟฟ้า และวัตถุดิบไม่สมดุลกับกระบวนการผลิต โดยจะแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่หน้างานทันที เช่นเดียวกับระบบรับเรื่องร้องเรียน “แจ้งอุต” ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเฝ้าระวัง ก่อนใช้ระบบตรวจโรงงานมาตรฐาน i-Auditor เข้าตรวจสอบและรายงานผลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
ดร.ณัฐพล กล่าวว่า “ข้อมูลจากทุกระบบจะเชื่อมโยงถึงกันหมด เราพยายามสร้างเวชระเบียนของโรงงาน เช่นเดียวกับประวัติการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาล ที่จะเห็นประวัติการประกอบการทั้งหมดของโรงงาน เพื่อให้สามารถส่งเสริมและกำกับได้อย่างตรงเป้า”
ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์ สั่งหยุดโรงงานทันที
สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย ในอดีตเมื่อโรงงานก่อมลพิษเกินมาตรฐาน เจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แต่โรงงานยังคงเดินเครื่องผลิตต่อไปได้ ประกอบกับโทษปรับทางอาญาที่ต่ำเกินกว่าจะสร้างความเกรงกลัว ทำให้บางแห่งมองค่าปรับเป็นเพียงต้นทุนทางธุรกิจที่คุ้มเสี่ยง ขณะที่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายไปแล้ว
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงปรับแนวทางใหม่ โดยยึดหลักส่งเสริมผู้ประกอบการดีควบคู่กับความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ กรณีโรงงานปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือจัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง จะสั่งหยุดประกอบกิจการทันทีตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.โรงงานฯ เพื่อเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเป็นการตัดวงจรมลพิษทันทีนับแต่วันออกคำสั่ง และใช้ผลกระทบทางธุรกิจเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้โรงงานประกอบกิจการอย่างระมัดระวังมากขึ้น พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ ยังเร่งแก้ไข พ.ร.บ.โรงงาน และจัดทำ พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรมฉบับใหม่ เพื่อให้สอดรับกับบริบทการประกอบธุรกิจในปัจจุบันด้วย
