ประเด็นสำคัญ:
- กนอ. แจงความคืบหน้าแก้ปัญหาน้ำเสียจากระบบบำบัดน้ำเสีย WWTP-4 นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ที่ไหลลงคลองสาธารณะเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2569
- สั่งปรับปรุงระบบวิศวกรรม เสริมบ่อพัก ติดตั้งระบบเตือนภัยและตรวจวัดคุณภาพน้ำออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
- เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบครบถ้วนแล้วทั้ง 18 ราย พร้อมยืนยันคุณภาพน้ำและตะกอนดินกลับสู่มาตรฐานปลอดภัย
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากระบบบำบัดน้ำเสียแห่งที่ 4 (WWTP-4) ของนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ที่ไหลลงลำคลองสาธารณะในพื้นที่รอยต่อตำบลพนานิคมและตำบลมาบยางพร เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2569 ส่งผลให้เกิดตะกอนโคลนและกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนในพื้นที่
ทันทีที่เกิดเหตุ กนอ. ได้บูรณาการร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนิคมพัฒนา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมออกคำสั่งให้บริษัท อมตะ ยู จำกัด ผู้รับผิดชอบระบบ ดำเนินการระงับ ตรวจวัดคุณภาพน้ำ และปรับปรุงระบบตามกฎหมาย
สาเหตุและการตรวจสอบเบื้องต้น
ผลตรวจสอบเชิงลึกพบว่าสาเหตุหลักมาจากการนำน้ำหลังบำบัดไปใช้รดน้ำต้นไม้จนล้นทะลักลงรางระบายน้ำฝน ประกอบกับการรั่วซึมของบ่อสำรองและการทรุดตัวของคันดินข้างบ่อพักน้ำ นอกจากนี้ กนอ. และ ทสจ.ระยอง ได้สุ่มตรวจโรงงานกลุ่มเสี่ยงรอบพื้นที่จำนวน 19 โรงงาน ยืนยันไม่พบการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะแต่อย่างใด
มาตรการปรับปรุงระบบวิศวกรรมระยะยาว
บริษัท อมตะ ยู จำกัด ได้ปูแผ่นพลาสติกกันซึม HDPE ในบ่อสำรองรดน้ำ ติดตั้งระบบตรวจวัดระดับน้ำและค่าการนำไฟฟ้าแบบออนไลน์ เสริมคันบ่อปรับเสถียรให้สูงขึ้น 40 เซนติเมตร พร้อมระบบแจ้งเตือนแสงและเสียงแบบเรียลไทม์ และเสริมความแข็งแรงแนวคันดินให้กว้างกว่า 9 เมตร นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติในลำรางสาธารณะ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์ของบริษัท
ผลตรวจคุณภาพน้ำและการเยียวยาชุมชน
ผลวิเคราะห์น้ำผิวดินตลอดเดือนกรกฎาคม 2569 ใน 4 จุดตรวจวัด พบว่าค่า pH ออกซิเจนละลายน้ำ สารอินทรีย์ และโลหะหนัก มีแนวโน้มดีขึ้นและกลับสู่เกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่ผลตรวจตะกอนดินในลำคลองระยะ 1,000 เมตร ยืนยันไม่เข้าข่ายของเสียอันตราย สามารถขุดลอกจัดการได้ตามกฎหมาย
ด้านการเยียวยา คณะทำงานร่วมภาครัฐ ภาคประชาชน และบริษัท ได้เจรจาไกล่เกลี่ยผ่านศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนตำบลพนานิคม เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยบริษัทได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบครบถ้วนแล้วทั้ง 18 ราย แบ่งเป็นพื้นที่ตำบลพนานิคม 13 ราย และตำบลมาบยางพร 5 ราย พร้อมปรับปรุงสภาพบ่อน้ำของชาวบ้านให้กลับคืนสู่สภาพปกติ
นายสุเมธ กล่าวสรุปว่า กนอ.ยึดมั่นในนโยบายที่ให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงได้กำชับให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดติดตามระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำออนไลน์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต
