ประเด็นสำคัญ:
- ZBHA International จากเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับซูเปอร์ การ์ด ส่งมอบหุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำ ‘Dolphin’ ให้ สภ.เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นการใช้งานหุ่นยนต์กู้ภัยอัตโนมัติครั้งแรกในไทย
- หุ่นยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 7 เมตร/วินาที รับน้ำหนักได้ถึง 1,000 กิโลกรัม เชื่อมต่อ CCTV และเซนเซอร์ วิเคราะห์และช่วยเหลือผู้จมน้ำได้โดยอัตโนมัติไม่ต้องรอคำสั่งเจ้าหน้าที่
- เตรียมส่งมอบหุ่นยนต์ตัวถัดไปให้เทศบาลเมืองพัทยา และขยายผลครบ 11 สถานีตำรวจในภูเก็ต พร้อมพัฒนาหุ่นยนต์ลาดตระเวน ‘Patrol’ เสริมทัพในอนาคต
บริษัท ZBHA International Limited ผู้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อความปลอดภัยจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ร่วมกับบริษัท รักษาความปลอดภัย ซูเปอร์ การ์ด จำกัด ส่งมอบหุ่นยนต์กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติรุ่น ‘Dolphin’ ให้กับสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นับเป็นการนำหุ่นยนต์และระบบ AI มาเสริมการทำงานด้านความปลอดภัยทางน้ำเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีกำหนดส่งมอบหุ่นยนต์อีกหนึ่งตัวให้กับเทศบาลเมืองพัทยาในสัปดาห์ต่อไป
ทำงานอัตโนมัติ ไม่ต้องรอคำสั่งเจ้าหน้าที่
หุ่นยนต์ Dolphin มีรูปทรงคล้ายท้ายเรือ วิ่งบนผิวน้ำด้วยความเร็วสูงสุด 7 เมตรต่อวินาที รองรับน้ำหนักได้ถึง 1,000 กิโลกรัม เชื่อมต่ออัตโนมัติกับระบบกล้องวงจรปิดและเซนเซอร์ตรวจจับ เมื่อระบบวิเคราะห์พบว่ามีผู้กำลังจมน้ำ หุ่นยนต์จะถูกปล่อยและวิ่งเข้าช่วยเหลือทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ โดยมีสองรุ่นหลักคือ Dolphin1 แบบพกพาโยนลงน้ำใช้งานได้ทันที เหมาะกับพื้นที่ที่มีเรือท่องเที่ยวหนาแน่น และ Dolphin3 ที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม AI เต็มรูปแบบ
นายขง เซี่ยนหมิง ประธานบริษัท ZBHA International กล่าวว่า ในอดีตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำต้องอาศัยห่วงยางและกำลังคน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความรวดเร็ว แต่ Dolphin ถูกออกแบบให้ทำงานได้อย่างชาญฉลาด ทั้งการเข้าช่วยเหลือ การพากลับโดยอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายมอนิเตอร์สถานการณ์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ภายใต้แนวคิด ‘Smart Thailand, Smart Security’ พร้อมเปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาหุ่นยนต์ลาดตระเวน ‘Patrol’ สำหรับสำรวจพื้นที่อาคารในช่วงเวลากลางคืนเป็นลำดับต่อไป
จากภูเก็ตสู่พัทยา เป้าหมายลดผู้เสียชีวิตให้เป็นศูนย์
พันตำรวจเอก สุกรี สินเย็น ประธานที่ปรึกษาบริษัทซูเปอร์การ์ด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายยกระดับความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว นักศึกษา และนักธุรกิจต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยกว่า 11 ล้านคนต่อปี โดยหลังส่งมอบให้ สภ.เชิงทะเลและเทศบาลเมืองพัทยาแล้ว มีแผนขยายผลไปสู่สถานีตำรวจครบทั้ง 11 แห่งในภูเก็ต ก่อนต่อยอดไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ โดยหาดป่าตองถูกจับตาว่าจะเป็นพื้นที่เป้าหมายลำดับถัดไป ทั้งนี้มีเป้าหมายสูงสุดคือลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำให้เป็นศูนย์ในทุกพื้นที่ท่องเที่ยวของไทย
พันตำรวจเอก เอกรัตน์ พลายด้วง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล เปิดเผยว่า พื้นที่รับผิดชอบเคยมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยปีละ 12 ราย ก่อนที่จะร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลริเริ่มระบบลาดตระเวนด้วยรถ ATV ร่วมกับทีมไลฟ์การ์ด จนลดจำนวนผู้เสียชีวิตเหลือ 0 รายในปีที่ผ่านมา แต่ยังพบข้อจำกัดด้านความทั่วถึง โดยเฉพาะจุดที่มีกระแสน้ำดูดซึ่งเป็นอันตรายแม้กับไลฟ์การ์ดเอง การได้รับหุ่นยนต์ Dolphin จึงเชื่อว่าจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการช่วยชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหากในอนาคตสามารถเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดให้ทำงานอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง
