ประเด็นสำคัญ:
- ส.อ.ท. จัดงาน Energy Symposium 2026 ชูแนวคิด Thailand Pragmatic Energy Transition เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงพลังงาน ต้นทุนแข่งขันได้ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
- รัฐมนตรีพลังงานเผยแผน PDP2026 ตั้งเป้าพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ 28,000 เมกะวัตต์ใน 10 ปีแรก พร้อมส่งเสริมกลไก Direct PPA และเทคโนโลยี CCS ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ภาครัฐกำหนดให้ Data Center ใหม่ต้องใช้พลังงานสะอาดอย่างน้อย 30% พร้อมผลักดันเทคโนโลยี SMR และระบบกักเก็บพลังงาน BESS เสริมความมั่นคงไฟฟ้าระยะยาว
สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด Thailand Pragmatic Energy Transition เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยให้สอดคล้องกับบริบทและความพร้อมของประเทศ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน ขณะเดียวกันยังต้องเร่งปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี ค.ศ. 2050 โดยย้ำว่าโจทย์สำคัญไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านให้เร็วที่สุด แต่ต้องเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ไม่เพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย
แนวคิด Thailand Pragmatic Energy Transition สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ The New Chapter of Thai Industry และยุทธศาสตร์ 5I ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาแผนพลังงานของประเทศ ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ไปจนถึงการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
แผน PDP2026 มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2026) มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และนำเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) มาใช้กับพลังงานฟอสซิลเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ E20 และ B20 โดยอาศัยศักยภาพภาคเกษตรกรรมไทย รวมถึงส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคขนส่งอย่างต่อเนื่อง
แนวทางสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยกำหนดให้ Data Center แห่งใหม่ต้องเริ่มต้นใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วน 30% พร้อมตั้งเป้าพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วง 10 ปีแรกของแผน PDP2026 ไว้ที่ 28,000 เมกะวัตต์ ควบคู่กับการส่งเสริมกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น
ดันเทคโนโลยี SMR เสริมความมั่นคงไฟฟ้าระยะยาว
ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) เป็นอีกทางเลือกในการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีบทบาทดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ผ่านการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) การลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบสายส่งไฟฟ้าได้ (Third Party Access) ในระยะต่อไปจะมีการส่งเสริมรูปแบบการจัดหาและซื้อขายพลังงานที่หลากหลายขึ้น ทั้ง Independent Power Supply, Direct PPA และ Private PPA เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นิคมอุตสาหกรรมและภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด
ภายในงานยังมีเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางพลังงานไทย การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมต่อกติกาการค้าและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนที่นำเสนอโซลูชั่นด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม
การจัดงาน Energy Symposium 2026 จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายพลังงานของประเทศเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก
