ผู้บริหารและตัวแทนภาครัฐ-เอกชนร่วมเสวนาบนเวทีงาน Bangkok Business Summit 2026 โดยมีวิทยากรชายถือไมโครโฟนกำลังกล่าวแสดงความคิดเห็นท่ามกลางผู้ร่วมเสวนาคนอื่นๆ ที่นั่งรับฟังอยู่บนเวที

ประเด็นสำคัญ:

  • รัฐบาลไทยประกาศแผนยุทธศาสตร์เติบโตด้วยการลงทุน ยกระดับ กรอ. เป็นสภาขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับบริหาร เพื่อผลักดันประเทศสู่สถานะรายได้สูง
  • ภาคเอกชนผ่านเวที กกร. เสนอสมุดปกขาวกำหนด 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเชื่อมโยงเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571
  • ธนาคารโลกหนุนแผนปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ก่อนไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026 และประธานอาเซียนปี 2571

การประชุม The Bangkok Business Summit 2026 ปิดฉากลงด้วยข้อตกลงร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สถานะประเทศรายได้สูง โดย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้กล่าวปาฐกถาปิดการประชุม พร้อมนำเสนอแผนยุทธศาสตร์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 และการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2571

ดร. เอกนิติ ระบุว่าการสร้างเศรษฐกิจใหม่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนระดับโลก แม้อาเซียนจะอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่พร้อมคว้าโอกาส แต่ต้องตั้งรับความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศไปพร้อมกัน โดยกล่าวว่า “เป้าหมายต้องชัดเจน และเราต่างเห็นตรงกันอย่างสมบูรณ์ว่า ประเทศไทยต้องก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง สูตรที่ธนาคารโลกนำเสนอสอดคล้องโดยตรงกับสิ่งที่ผู้นำภาคธุรกิจของเราได้วางกรอบไว้”

ยกระดับ กรอ. เป็นสภาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ดร. เอกนิติ ยืนยันว่าคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จะไม่เป็นเพียงองค์กรที่ปรึกษาอีกต่อไป แต่จะมีอำนาจผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและติดตามผลตามข้อเสนอแนะของธนาคารโลกอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าในอีกสองปีข้างหน้า ไทยจะเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนและร่วมกำหนดวาระระยะยาวเพื่อสร้างภูมิภาคที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

เอกชนหนุน 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นายผยง ศรีวณิช ประธาน กกร. และประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนได้จัดทำสมุดปกขาวกำหนด 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเชิงโครงสร้าง ความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพภาครัฐ พร้อมระบุว่าประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เน้นย้ำความเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตของไทยกับอาเซียนซึ่งมีประชากรกว่า 600 ล้านคน และเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยยกระดับกฎหมาย ธรรมาภิบาล และความโปร่งใสให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ขณะที่นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้ไทยสร้างแบรนด์ของตนเองแทนการเป็นผู้รับจ้างผลิต และเร่งแข่งขันด้วยผลิตภาพ ระบบอัตโนมัติ และความยั่งยืน

ด้านนายคาร์ลอส เฟลิเป้ ฮารามิโย รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่าไทยจะเป็นจุดสนใจของโลกการเงินในการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 พร้อมระบุว่า “แผนงานนี้ให้ความสำคัญกับภาคเอกชนเป็นศูนย์กลางโดยเจตนา เพราะบทเรียนที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่าภาคเอกชนคือเครื่องยนต์หลักในการสร้างงาน”

การประชุมครั้งนี้ปิดฉากลงด้วยฉันทามติว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนเชิงสถาบันอย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันพหุภาคี เพื่อให้ไทยยืนหยัดเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *