ชายสวมสูทกำลังกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีที่แท่นพูดสีน้ำเงินซึ่งมีข้อความ GCNT Expo 2026 โดยมีจอภาพสีฟ้าเป็นฉากหลัง

ประเด็นสำคัญ:

  • GCNT Expo 2026 จัดขึ้น 3 วันที่ True Digital Park มีผู้เข้าร่วมกว่า 9,000 คน จาก 47 องค์กร ผ่าน 65 เวทีเรียนรู้ ครอบคลุมประเด็นคน พลังงาน ธุรกิจ และความร่วมมือระดับโลก
  • ภาครัฐเสนอวิสัยทัศน์ Thailand Squared ปรับประเทศจาก Survival Mode สู่ Transformation Mode พร้อมแผนพลังงานสะอาดเพิ่มสัดส่วนกว่า 60% ในแผน PDP ฉบับใหม่
  • งานนี้ได้รับเลือกเป็นกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพเดือนตุลาคมนี้

งาน GCNT Expo 2026: From SHOCK to SHIFT – Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World ปิดฉากลงแล้วหลังจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park – West กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 9,000 คน จาก 47 องค์กร พร้อมผู้บรรยายกว่า 123 คน ผ่าน 36 เวทีหลักและ 29 เวิร์กช็อป รวม 65 เวทีการเรียนรู้ สะท้อนความสนใจของทุกภาคส่วนต่อการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยในทุกมิติ

งานนี้จัดโดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) เปิดพื้นที่ให้ผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ สหประชาชาติ ภาคการเงิน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และคนรุ่นใหม่ ร่วมกันตอบคำถามว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านอย่างไรในโลกที่ผันผวน โดยข้อสรุปจากหลายเวทีชี้ตรงกันว่า การเปลี่ยนผ่านต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งด้านคน เศรษฐกิจ พลังงาน ธรรมชาติ เทคโนโลยี และความร่วมมือ ไม่สามารถเกิดจากภาคส่วนใดเพียงลำพัง

การพัฒนาคนคือรากฐานการเปลี่ยนผ่าน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นำเสนอวิสัยทัศน์ “Thailand Squared” มุ่งเปลี่ยนประเทศจาก Survival Mode สู่ Transformation Mode ครอบคลุม 5 ด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจสุขภาพ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ระบบพลังงานอัจฉริยะ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ไปจนถึงเป้าหมาย Nature Positive และ Net Zero พร้อมเน้นย้ำว่าระบบการศึกษาต้องสร้าง “กระบวนการเรียนรู้” ไม่ใช่เพียงถ่ายทอดความรู้ ขณะที่สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ทำงาน “ร่วมกับ” เยาวชน แทนการทำงาน “เพื่อ” เยาวชน ผ่านการเปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วมออกแบบนโยบายและหลักสูตรการศึกษา

พลังงานและธุรกิจต้องปรับตัวพร้อมกัน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึงราว 90% จึงต้องเปลี่ยนจาก “บ่อน้ำมันใต้ดิน” สู่ “บ่อน้ำมันบนดิน” ด้วยเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชผลการเกษตร พร้อมผลักดันโซลาร์รูฟท็อปและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 60%

ด้านภาคธุรกิจ นายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคม GCNT ชี้ว่า ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์และกติกาการค้าใหม่ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจาก True, CPF, UOB, BJC, SCG, CP Axtra และ Thai Bev ย้ำว่าความยั่งยืนต้องอยู่ในแกนธุรกิจตั้งแต่การลงทุนจนถึงการบริหารคน ส่วนกลุ่ม SMEs ต้องเตรียมรับมาตรฐาน Responsible Business Conduct ตามแนวทาง OECD ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม

เชื่อมโยงสู่เวทีเศรษฐกิจโลก

นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเรย์ ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย ย้ำว่าภาคเอกชนคือพลังสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมชื่นชมบทบาทของ GCNT ในฐานะเครือข่าย Global Compact ที่เข้มแข็ง งานนี้ยังได้รับเลือกเป็นกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ภายใต้กรอบ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” สะท้อนว่าประเด็นจาก GCNT Expo เชื่อมโยงกับโจทย์เศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

ผู้สนใจสามารถติดตามและร่วมต่อยอดบทสนทนาจาก GCNT Expo 2026 ได้ที่เว็บไซต์ www.expo.globalcompact-th.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *