ประเด็นสำคัญ:
- ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ Longevity ในงาน Vitafoods Asia 2026 นำเสนอน้ำมันปลา DHA คอลลาเจน และไบโอแคลเซียมจากทูน่า
- ชูจุดแข็งห่วงโซ่อุปทานที่บริหารจัดการเองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% พร้อมงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ
- ตั้งเป้ารายได้จาก ThalaCol™ อย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 5 ปี และเพิ่มยอดขายน้ำมันโอเมก้า-3 เกรดพรีเมียมด้วย CAGR กว่า 50% ภายในปี 2573
กรุงเทพฯ – ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ (TUI) ธุรกิจส่วนประกอบอาหารจากท้องทะเลของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ Longevity ภายในงาน Vitafoods Asia 2026 ระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2569 นำเสนอนวัตกรรมอินกรีเดียนท์จากปลาทูน่า ได้แก่ น้ำมันปลา DHA คอลลาเจน และไบโอแคลเซียม พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งตอบโจทย์กระแสการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดีที่กำลังขยายตัวทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
จุดต่างสำคัญของไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ คือการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าเองตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การสกัดและแปรรูป ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมส่วนประกอบอาหาร ต่างจากผู้ผลิตส่วนใหญ่ในตลาดที่มักจัดหาวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์หลายรายที่มีห่วงโซ่อุปทานแยกจากกัน แนวทางนี้ช่วยให้บริษัทสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบและควบคุมคุณภาพได้ในทุกขั้นตอน
คุณลีนา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอินกรีเดียนท์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ในตลาด Longevity นั้นมีความเชี่ยวชาญในการผลิตวัตถุดิบเฉพาะด้าน มากกว่าการนำเสนอโซลูชันเพื่อการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ที่ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ เราจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Longevity ที่รวบรวมอินกรีเดียนท์คุณภาพสูงจากท้องทะเลไว้ในที่เดียว ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานที่มีการบริหารจัดการอย่างครอบคลุม พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ”
ผลการวิจัยรองรับประสิทธิภาพ
ผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอประกอบด้วย UniQ®OMEGA น้ำมันปลาทูน่าสกัดบริสุทธิ์ที่อุดมด้วย DHA ซึ่งงานวิจัยในมนุษย์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Antioxidants ปี 2568 พบว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อได้ถึง 42% และเพิ่มความจำขณะใช้งานได้ 33% ส่วน ThalaCol™ คอลลาเจนเปปไทด์จากทูน่า งานวิจัยทางคลินิกปี 2567 พบว่าการบริโภควันละ 5 กรัม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ 68% และเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว 26% ขณะที่ UniQ®BONE ไบโอแคลเซียมจากทูน่า งานวิจัยในสัตว์ทดลองปี 2560 พบว่าช่วยเสริมสร้างโครงสร้างระดับจุลภาคของกระดูกได้ถึง 39%
อินกรีเดียนท์ทั้งสามชนิดพัฒนาจากผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการแปรรูปปลาทูน่า อาทิ หัวปลา หนังปลา และกระดูกปลา ซึ่งแปรรูปที่โรงกลั่นน้ำมันทูน่าในเยอรมนี โรงงานผลิตคอลลาเจนในสมุทรสาคร และโรงงานผลิตผงแคลเซียมในสงขลา สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่โภชนาการสำหรับทารก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร functional food ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ของไทยยูเนี่ยน
ทั้งนี้ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) คาดการณ์ว่าประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าสู่ราว 1,300 ล้านคนภายในปี 2593 ขณะที่ผลสำรวจของ McKinsey ปี 2568 ระบุว่าผู้บริโภคกว่า 60% ให้ความสำคัญกับการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี เป็นแรงผลักดันให้ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Longevity ขยายตัวต่อเนื่อง
