ประเด็นสำคัญ:
- วิสาหกิจชุมชน Telarasa ในสียัก อินโดนีเซีย แปรรูปมันสำปะหลังเป็นแป้ง MOCAF ทดแทนแป้งสาลี ตอบโจทย์ตลาดอาหารปลอดกลูเตนที่กำลังเติบโตในเอเชียแปซิฟิก
- ธุรกิจเริ่มจากปัญหาสุขภาพของลูกเจ้าของแบรนด์ที่แพ้กลูเตนและน้ำตาล ก่อนขยายผลด้วยการบ่มเพาะจากโครงการ Skelas จนรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
- โมเดลธุรกิจยึดหลัก zero waste ใช้ทุกส่วนของมันสำปะหลังให้เกิดประโยชน์ พร้อมสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรและชาวประมงท้องถิ่น
วิสาหกิจชุมชนในเขตสียัก ประเทศอินโดนีเซีย ได้แปรรูปมันสำปะหลังท้องถิ่นให้กลายเป็นแป้งมันสำปะหลังดัดแปรด้วยการหมัก หรือ MOCAF ภายใต้แบรนด์ ‘Telarasa’ เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารปลอดกลูเตนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าตลาดนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 1.07 แสนล้านบาทภายในปี 2573
วิโบโว นูโกรโฮ เจ้าของแบรนด์ Telarasa เริ่มต้นผลิต MOCAF จากความจำเป็นของครอบครัว เนื่องจากบุตรชายมีอาการไวต่อกลูเตนและน้ำตาลสูง ทำให้บริโภคอาหารในท้องตลาดได้อย่างจำกัด ขณะเดียวกันพบว่าเด็กหลายคนในชุมชนก็มีภาวะที่ต้องควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มแปรรูปมันสำปะหลังซึ่งปลูกอยู่แทบทุกครัวเรือนในพื้นที่ให้มีมูลค่าสูงขึ้น จากผลิตภัณฑ์นักเก็ตในห้องครัวเล็ก ๆ สู่แป้ง MOCAF ที่กลายเป็นวัตถุดิบหลักของผลิตภัณฑ์หลากหลาย รวมถึง lekit lomek ขนมปลาแผ่นกรอบโปรตีนสูง ปัจจุบัน Telarasa รับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรใกล้เคียงราว 200-250 กิโลกรัมต่อเดือน
การบ่มเพาะที่เปลี่ยนธุรกิจครัวเรือนสู่วิสาหกิจชุมชน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Telarasa เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะของ Skelas ผ่านโครงการบ่มเพาะธุรกิจยั่งยืนสียัก (KUBISA) และ Siak Innovation Challenge ซึ่งให้คำแนะนำตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร บรรจุภัณฑ์ กลยุทธ์การตลาด ไปจนถึงความรู้ทางการเงิน ตลอดระยะเวลาบ่มเพาะหกเดือน ธุรกิจยังได้รับการสนับสนุนด้านการจับคู่ธุรกิจและโอกาสระดมทุนเพิ่มเติมด้วย
เซอร์ลี ตัวแทนจาก Skelas กล่าวว่า ในการบ่มเพาะธุรกิจพบว่ามีธุรกิจท้องถิ่นจำนวนมากที่มีศักยภาพสูง แต่มักประสบปัญหาในกระบวนการทำงาน ซึ่งเป็นจุดที่ Skelas เข้ามาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมระบุว่า Telarasa แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติเศรษฐกิจเชิงฟื้นฟูที่แท้จริง ซึ่งพิสูจน์ว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจสามารถดำเนินไปพร้อมกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเสริมความแข็งแกร่งให้ชุมชนท้องถิ่นได้
โมเดล Zero Waste และผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน
Telarasa นำหลักการ zero waste มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยกากแป้งนำไปเป็นอาหารไก่ เปลือกและไส้มันสำปะหลังทำปุ๋ยหมัก ใบใช้บริโภคและเป็นอาหารสัตว์ ส่วนลำต้นนำไปปลูกใหม่ ด้านรายได้ของธุรกิจเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมต่ำกว่า 1 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.5-2 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน จากการขายตรงและผ่านโซเชียลมีเดีย
ผลกระทบเชิงบวกยังขยายไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและชาวประมงในพื้นที่ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น วิโบโวระบุว่าต้องการให้ธุรกิจเติบโตต่อไป เพื่อรับซื้อวัตถุดิบท้องถิ่นได้มากขึ้น สร้างงานและรายได้ให้ชุมชน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพประชาชนภายใต้แนวทางความยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
