ทีมวิศวกรทดสอบระบบสายไฟฟ้าแรงสูงใต้ดินขนาดใหญ่ในโรงงานทดสอบของ BCC โดยมีม้วนสายไฟสีแดงขนาดใหญ่และอุปกรณ์ทดสอบไฟฟ้าแรงสูงตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงาน

ประเด็นสำคัญ:

  • บางกอกเคเบิ้ล (BCC) คว้างานติดตั้งสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดินให้ MEA และ PEA ตามแนวรถไฟฟ้าหลายสายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค
  • ปีนี้ส่งมอบเพิ่ม 150 กิโลเมตร ทำให้ความยาวสายไฟฟ้าสะสมระหว่างปี 2566-2569 รวมกว่า 720 กิโลเมตร
  • บริษัทชูเทคโนโลยีการผลิตสายไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ 230 kV ที่ผ่านมาตรฐาน KEMA Labs พร้อมรองรับการขยายตัวของ Smart City

บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ BCC ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสายไฟฟ้าใต้ดินของไทย หลังคว้างานเมกะโปรเจกต์จากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ติดตั้งระบบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค โดยมีความยาวสายไฟฟ้าสะสมกว่า 720 กิโลเมตร

นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด เปิดเผยว่า BCC ได้รับงานติดตั้งสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีส้ม สายสีเขียว สายสีเหลือง และสายสีชมพู รวมถึงถนนสายสำคัญในจังหวัดเชียงราย สุรินทร์ ภูเก็ต และตรัง โดยปีนี้ทยอยส่งมอบเพิ่มอีก 150 กิโลเมตร ทำให้ความยาวสายไฟฟ้าสะสมระหว่างปี 2566-2569 รวมกว่า 720 กิโลเมตร

ประสบการณ์ 33 โครงการโครงสร้างพื้นฐาน

นายพงศภัค กล่าวว่า ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิลยาวนานกว่า 60 ปี และประสบการณ์บริหารจัดการเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานกว่า 33 โครงการ ทำให้ BCC ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทออกแบบและผลิตสายไฟฟ้าแบบ Customized ให้ตรงตามความต้องการเฉพาะของแต่ละโครงการ ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักรทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูง

ทั้งนี้ BCC ดำเนินการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ครอบคลุมตั้งแต่สายไฟฟ้าแรงดันต่ำ ปานกลาง ไปจนถึงสายไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ 230 กิโลโวลต์ ซึ่งผลิตจากทองแดงบริสุทธิ์สูงและใช้วัสดุคอมปาวด์คุณภาพสูงอย่างครอสลิงค์โพลิเอทิลีน (XLPE) โดยสายไฟฟ้าแรงดันสูง 115 kV และ 230 kV ผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานจาก KEMA Labs สถาบันทดสอบทางไฟฟ้าระดับโลก พร้อมได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และสัญลักษณ์ Made in Thailand (MiT)

นอกจากนี้ BCC ยังมีห้องปฏิบัติการทดสอบทางไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษของบริษัทเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ของไทย ดำเนินงานสอดคล้องตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มาตรฐาน TIS และ IEC

วางรากฐานรองรับ Smart City

นายพงศภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนผ่านระบบสายไฟฟ้าอากาศสู่ระบบสายไฟฟ้าใต้ดินถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างยั่งยืน ช่วยจัดระเบียบภูมิทัศน์เมือง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและภัยธรรมชาติที่อาจทำให้ไฟฟ้าขัดข้อง พร้อมวางรากฐานโครงข่ายพลังงานให้พร้อมรองรับการขยายระบบขนส่งมวลชนและเทคโนโลยีอัจฉริยะในอนาคต

“เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตสายไฟฟ้าเท่านั้น แต่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรผู้ร่วมสร้างและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับประเทศ เพื่อรองรับแนวโน้มการขยายตัวของ Smart City และการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว” นายพงศภัค กล่าว

ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปิดประมูลเส้นทางพัฒนาสายไฟฟ้าใต้ดินในเขตเมืองตามแนวรถไฟฟ้าหลายสายอย่างต่อเนื่อง และยังมีแผนขยายไปยังเส้นทางใหม่ อาทิ พื้นที่ฝั่งธนบุรีและแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดย BCC ยังคงมองโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าใต้ดินและเข้าร่วมประมูลงานใหม่ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *